คลังเก็บป้ายกำกับ: ตลาดหุ้น

10 ข้อน่าจะรู้ เพื่อเข้าใจตลาดหุ้น

สำหรับในการจะเล่นหุ้นเราก็ควรจะมีวิชาความรู้ประจำตัวซักนิด การเลือกหุ้นแบบไม่มีความรู้ ราวการที่คุณถือไม้ขีดไฟที่ติดไฟอยู่ แล้ววิ่งเข้าไปในโรงงานระเบิดไดนาไมต์ คุณอาจจะรอด


แม้กระนั้นคุณก็ยังโง่อยู่ดีวันนี้เราจะมาดู 10 ข้อเพื่อเข้าใจตลาดค้าหุ้นกัน
1. ตลาดค้าหุ้นสามารถเล่นแบบการพนัน และก็สามารถเล่นแบบการลงทุน คนกำหนดเป็นคนเล่นเอง ไม่ใช่ตลาด คนจำนวนมากเลือกเล่นแบบพนันแล้วโทษตลาด
2. หุ้นพื้นฐานที่มีเงินเงินปันผล สามารถซื้อแล้วถือเช่นเดียวกันกับลงทุนในที่ดิน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายก็ได้ แม้ถือได้นานเพียงพอ เงินโบนัสก็คืนเงินทุนท้ายที่สุด แล้วหลังจากนั้นหุ้นนนี้จะแปลงเป็นเครื่องผลิตเงินเลี้ยงเราตลอดชาติ นี่เป็น อิสระเรื่องการเงินที่ตลาดค้าหุ้นให้เราได้ แต่คนโดยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก
3. หวยหุ้นสามารถปั่นราคาขึ้นลงได้ แต่เราไม่มีความจำเป็นต้องเป็นเหยื่อในเกมนั้น ถ้าหากเราลงทุนแบบออมในหุ้น เป็นซื้อหุ้นดีในเวลาวิกฤต มันเหมือนอยู่คนละเกมกับบุคคลอื่น ใช่อินดี้ในแบบของเราเอง
4. ถ้าเกิดหุ้นที่เราถือ มันขึ้นเร็วไป หรือ เราปรารถนาใช้เงิน ก็สามารถขายหุ้นได้ โดยส่วนแตกต่างจากกำไรในตลาดค้าหุ้น เป็นรายได้ที่สุดยอด เพราะว่าไม่เสียภาษี
5. วิถีทางในชีวิตไม่ได้หาง่าย แต่จังหวะในตลาดหุ้นมาหาเราเสมอๆสำหรับนักลงทุนระยะยาว ตัวอย่างเช่น แนวออมในหุ้น ผมมองทุกวิกฤตเป็นวิถีทาง หาวิกฤตตลาดค้าหุ้นให้เจอ แล้วเราจะเห็นจังหวะตลอดเวลา
6. หุ้นที่เราซื้อตามบุคคลอื่น ไม่มีทางซื้อได้ในจุดที่ดีเท่าๆกับเราเลือกเอง อย่าหวังจะมั่งคั่งจากตลาดค้าหุ้นหากแม้คุณเลือกหุ้นด้วยตัวเองไม่เป็น
7. ถ้ากลาดเกลื่อนการเสี่ยงเป็น ไม่มีทางเจ๊งในตลาดค้าหุ้น ..คิดดีๆหุ้นลงได้เพียงแต่ 100% แม้กระนั้นหุ้นขึ้น ขึ้นได้เป็น 1,000% โดยเหตุนั้น คนที่รู้ทางออมในหุ้นอย่างเที่ยงตรง ไม่มีทางเป็นไปได้เจ๊งเลย
8. ตลาดค้าหุ้นหากผู้ใดลงทุนแล้วไม่เลิกเล่น รวยทุกคน ด้วยความที่หุ้นดีมันเหมือนกับที่ดิน มันเป็นสินทรัพย์ที่โตขึ้นบ่อยเงินโบนัสเพิ่มมากขึ้น..ถือที่ดินยิ่งนานยิ่งมั่งคั่ง มีหุ้นเงินโบนัสก็เหมือนกัน
9. การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นในระยะสั้นส่งผลกระทบต่อคนเล่นสั้นโดยตรง แต่เกือบจะไม่เป็นผลกระทบอะไรเลยกับนักลงทุนระยะยาว ด้วยเหตุนี้ ถ้าคุณมีงานประจำหรือมีธุรกิจส่วนตัว น่าจะย้ำลงทุนระยะยาว
10. ความยอดเยี่ยมของอาชีพนักลงทุน เป็น สามารถจ่ายเงินดำเนินการได้ (เกษียณแล้วยังมีเงินเงินปันผลจากหุ้นเลี้ยงเราต่อ) และเป็นอาชีพเดียวในโลกที่ยิ่งแก่ ก็ยิ่งมั่งคั่ง เพราะเหตุว่าหุ้นดีราคามันขึ้นไปเรื่อยๆและก็โบนัสก็โตไปเรื่อยๆมั่งมีไปเรื่อยๆ

สัญญาณที่จะพูดว่าคุณว่าคุณไม่เหมาะสมกับตลาดหุ้น

ตลาดค้าหุ้นไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมกับทุกคน ถึงแม้ตลาดค้าหุ้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมากมายมหาศาลผ่านการลงทุนในหุ้นเรียงหน้าแล้ว แต่ตลาดค้าหุ้นก็ไม่ได้มีแต่กลีบดอกกุหลาบเพียงอย่างเดียว


ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเอาชีวิตรอดอยู่ในตลาดค้าหุ้นได้ อะไรบ้างที่เป็นเครื่องกล่าวว่าเราคงจะหยุดลงทุนเอง และก็หันไปพึ่งพากองทุนรวมได้แล้ว มาทดสอบตรวจตรา 3 สัญญาณที่บอกว่าคุณไม่เหมาะสมกับตลาดค้าหุ้น ด้วยตัวเองกัน 1 คุณยุ่ง ตลาดค้าหุ้นอย่างกับคู่ชีวิตข้าวใหม่ปลามันที่ต้องการความพึงพอใจจากคุณอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะแต่งงานกับคุณมานานกี่สิบปีแล้วก็ตาม นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูล เรื่องตลาด งบการเงิน ผลประกอบการ เทรนด์ธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนจำเป็นต้องเสพข้อมูลอย่างเสมอ ต่อให้ไม่ได้เปิดดูตลาดค้าหุ้นตลอดเวลา หากแม้ก็จำเป็นต้องตั้งอกตั้งใจในโลกธุรกิจอยู่เสมอ หุ้นที่ซื้อทิ้งไว้แล้วไม่ต้องติดตามอะไรเลยนั้นไม่มี มีแค่เพียงติดตามน้อยหรือมากมายก่ายกอง ด้วยเหตุนั้น ไม่ว่ายังไง ตลาดค้าหุ้นก็ต้องการเวลาจากคุณอยู่ดี 2 คุณไม่วิชาความรู้ การเข้าตลาดหุ้นแบบไม่มีความรู้ก็เช่นเดียวกันกับการวิ่งเข้าสนามรบแบบไม่มีกระบี่ ไม่มีเสื้อเกราะ ไม่มีอะไรเลย Joel Greenblatt นักลงทุนยอดเยี่ยมเคยเทียบเคียงไว้ว่า การเลือกหวยหุ้นแบบไม่มีความรู้ เหมือนกับการที่คุณถือไม้ขีดไฟที่ติดไฟอยู่ แล้ววิ่งเข้าไปในโรงงานระเบิดไดนาไมต์ คุณอาจจะรอด แต่คุณก็ยังทื่ออยู่ดี วิชาความรู้สำคัญมาก และจากนั้นก็จำเป็นจะต้องเสมอสำหรับตลาดค้าหุ้น แน่นอนว่าความรู้สามารถทำความเข้าใจกันได้ นักลงทุนที่ดีก็เลยจำเป็นต้องรักที่จะเล่าเรียนกล่าวร้ายรู้เกี่ยวกับการลงทุนทั้งยังทางตรง และก็ทางอ้อมเสมอ ปัญหาไม่ใช่การไม่มีความรู้เลย สามารถเล่าเรียนได้ แต่ปัญหาคือไม่มีความรู้และไม่คิดจะยัดเยียดข้อหารู้เพิ่ม อันนี้อันตรายมาก ไม่เหมาะสมกับการจะมารบในสนามรบเลย 3 คุณไม่มีความรัก ความรักในที่นี้มีความหมายว่าความรักต่อการลงทุนในหุ้นเรียงหน้า หรืออาจจะเรียกเก๋ๆว่า แพชชัน (passion) ก็ได้ สิ่งนี้สำคัญมาก อาจจะมากที่สุดใน 3 ข้อเลยด้วย เพราะเหตุว่าแพชชันจะทำให้เราหาเวลา แพชชันจะทำให้เราใส่ความรู้ พูดถึงเรื่องแพชชันแล้วก็นึกถึงคำพูดหนึ่งของ Warren Buffett ที่กล่าวว่า ไม่มีแพชชัน คุณจะไม่มีพลังงาน แล้วหลังจากนั้นก็เมื่อคุณไม่มีพลังงาน คุณก็จะไม่เหลืออะไรเลย ขีดเส้นใต้ว่า ความรัก หรือ แพชชัน ที่พูดถึงอยู่นี้ต้องเป็นกรอบตอนที่ค่อนจะนาน การหมดไฟ หรือ Burn Out กับการลงทุนในช่วงสั้นๆไม่นับเป็นข้อนี้ ถอยมามองภาพใหญ่เสมอว่ายังอยากอยู่ในตลาดค้าหุ้นอยู่ไหม เปรียบเทียบกับความเชื่อมโยงก็ได้ ไม่ใช่แค่ อยากได้ห่างกันครู่เดียว แต่เป็น หมดความรักที่มีให้แล้ว หากเป็นข้อด้านหลังเมื่อใด ก็เตรียมพร้อมย้ายสำมะโนออกมาจากตลาดค้าหุ้นได้เลย สัญญาณเตือนเพียงสัญญาณเดียวก็ควรจะให้เรากลับมาทวนอย่างมากมายหัวข้อการลงทุนของตัวเราเองแล้ว ถ้ากำลังสงสัยว่า เรากำลังขาดบางอย่างจนกระทั่งสมควรจะหันไปหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาลงทุนให้แล้วหรือยัง เราบางทีก็อาจจะทดสอบคอนเฟิร์มตัวเองอีกครั้งด้วยผลตอบแทนย้อนไปของพอร์ตตัวเองสัก 3 ปี ถ้าหากว่าดูเปรียบเทียบกับตลาดแล้ว ยังแพ้ตลาดโดยตลอด แบบนี้เราคงเอาเวลาไปดำเนินชีวิตเสียมากกว่า